Профиль пользователя ~*kimjiiii*~^•°¤*(¯`°(F)(kimji)(F)°´...ФотографииБлогСпискиДополнительно ![]() | Справка |
^•°¤*(¯`°(F)(kimji)(F)°´¯)*¤°•^июня 17 Int*จ๋าๆๆๆเมื่อวานนี้16มิ.ย.เปงวันถนาปนาสโมสรอินเตอเเรคท์ ภาคกับของน้องอินกาเสด //ก้บลอคอันนี้จิขอเขียนให้กับน้องๆและเพื่อนๆละกันนะ แม้ว่าจิจาอัพบลอคช้าไปนิสๆๆๆนึงแต่จิก้อยากอัพมากเรย-*- ก้อยากจะบอกว่าเวลาไม่คอยใครจิงๆผ่านไปเร็วมาก จิยังรุสึกว่าไม่นานมานี้เพิ่งเริ่มเข้าอินเองทั้งๆที่จิเข้าอินตั้งแต่ม.3นะเข้าตั้งแต่ครั้งแรก ที่พี่เพื่อนพี่ฝ้ายแล้วก้พี่คนอื่นๆมาชวน(แม้ว่าตอนเเรกจิจาไม่ค่อยแน่ใจจาเข้าดีป่าวแต่ก้เข้าหละ55+) ตอนม.3ที่เพิ่งเข้าอินนั้นที่โมเปงนายกอินอยุจิไม่ได้ทำอะไรในอินหรอกปีนั้นอยางมากจิก้มาประชุม ซึ่งก้ไม่ใช่ทุกอาทิตย์ด้วย พอม.4รุ่นนั้นพี่เจปเปงนายกตอนนั้นจิเริ่มเข้ามาสู่บทบาทของอินเตอแรคท์มากขึ้น เริ่มออกงาน เริ่มทำงานบ้างแล้ว จิยังจำได้เลยจิได้เข้าร่วมงานสถาปนาด้วย จิเปงพิธีกรคู่กะพี่ไรซักคน-*-ตื่นเต้นเหมือนกานเปงงานเเรกเรยละมั้งหลังจากนั้น ก้ไปอยุหลายๆงานได้ทำโครงการด้วย และแล้วก้ถึงปีที่รอคอยปีที่พวกเราชาว*เคยูเอส"32*ได้ก้าวขึ้นมาอยุในฐานะผู้ทำงานอินอย่างเต็มตัว ตอนแรกเลยใหม่เปงนายกแล้วก้กลายเปงตี๋ จิเปงพีอากะแบงค์ พวกเราได้ทำงานร่วมกันเมื่อก่อนตอนที่ใหม่เปงนายกแม้ใหม่จะดูไม่แข็งแต่จิก้ว่าใหม่ทำดีนะดีใจมากๆ ที่เคยทำงานอินร่วมกัน ชีวิตอินของจิก้ดำเนินมาเรื่อยๆมีอุปสรรคมาอยุเนื่องๆ มีเรื่องมากมายเกิดขึ้นในปีที่ผ่านมาแต่เพราะเรามีเพื่อนมีรุ่นพี่มีรุ่นน้องถึงได้ผ่านทุกๆอย่างมาได ขอพูดถึงน้องๆอิน*16หน่อยละกานนะจ้า เมื่อวานน้องๆทำการได้ดีมากเรยภูมิใจในตัวน้องจิงๆ ยังไงก้ขอโทดด้วยนะที่ไม่ได้ช่วยอะไรน้องเท่าไหร่(แค่ไปล้างแก้วนิดเดียวเอง--") ตอนที่สรุปงานก้ไม่ไ่ด้ช่วย พวกจิกังวลกันมากเรยสงสานน้องๆมาก พยายามหาโอกาดที่จะช่วยแต่แล้วน้องๆกลับพูดได้ดีกันมากจนจิก้ไม่รุจาพูดไรละ งานนี้เปงเพียงกานเริ่มต้นนะจ๊ะสู้ต่อไป จิยอมรับเรยว่าเปงการเริ่มต้นที่ดีมากๆเเม้จะไม่ดียังไงในสายตาใครแต่สำหรับจิละก้รุ่นพี่ทุกๆคน ในกาเสดคิดว่าดีมากเรยนะ ภูมิใจในตัวน้องๆจิงๆจ้า จิเชื่อว่าน้องๆจาดูแลอินได้ดีน้องๆดูรักกันมากสามัคคีกันซึ่งอาจจะต่างจากรุ่นจิๆคนทำงานมีน้อย(แต่จิเชื่อว่าคนที่ทำก้ทำด้วยใจ) วินเข้มเเข็งมากสมเปงผู้นำคงจะพาอินเราไปได้ไกลเเน่ๆ ขอบคุนน้องๆมากจิงๆ...สำหรับ1ปีที่ผ่านมาช่วยงานรุึ่นจิอิน/เคยูเอส*15 ก้สุดท้ายเรยๆๆขอฝากอะไรไว้นิดหน่อยละกันนะ #บทเพลงที่พวกพี่มอบให้พวกพี่มอบให้ด้วยใจ จิงๆพวกเราจิตั้งใจจาให้น้องอยุแล้วแต่งขึ้นมาโดยเฉพาะ #ขอบคุงเพื่อนๆพี่ๆน้องๆทุกคนมากค่ะ #ขอบคุงชมรมพฤกศาสตร์ดีใจมากทีไ่ด้ทำงานร่วมกัน ขอบคุงก้องด้วยที่ไปช่วยทำปั้นกล้าแม้ว่าจะไม่ได้อยุอินและพฤกศาสตร์ แต่ก้ช่วยพวกเราอย่างเตมที่ #จิฝากอินด้วยนะจ้าน้องๆอิน*16ดูแลน้องๆด้วยรักน้องดูแลน้องเหมือนดูแลกันเอง #สำหรับน้องๆอิน*17(รุ่นต่อจากน้องๆอิน16นี้)ก้ช่วยพี่ๆเค้าทำงานด้วนะ ให้ความร่วมมือกับพี่เค้าตอนนี้น้องๆอาจยังไม่ได้เปงปีบริหารแต่ก้เปงประสบการๆ ทำงานที่ดีไว้ใช้สำหรับปีน้องๆนะจ้า #แม้ว่าจะมีอุปสรรคใดๆก้สู้ต่อไปนะ #ใช้เวลากับอินปีนี้ให้คุ้มค่าเพราะเมื่อผ่านไปแล้วก้คงจะเสียดาย สุดท้ายแล้วจิงๆ(อิอิ) พี่รักอินนะเพื่อนๆพี่ทุกคนก้รักอินไม่รุว่ามันเกิดขึ้นเมื่อไหร่พอรู้ตัวอีกทีก้รักมากๆเรยอ่ะ อินคือส่วนหนึ่งในชีวิตไปแล้วก้ว่าได้ ***รัำกอินอย่างที่พี่รักนะ*** ประโยคนี้อาจเปงประโยคทีไ่ด้ยินกันบ่อยๆแต่ก้ไม่มีประโยคไหนอีกแล้วที่ จะเหมาะกับตอนนี้เท่าประโยคนี้ ฝากอินด้วยดูแลอินด้วยนะ ปล.พี่สันยาว่าจะกลับมาดูบ่อยๆ รักอินและน้องๆมากๆๆ(เพือ่นๆด้วยมะได้ลืมนะอิอิ) мая 16 ปัน ปั่น ปั้นๆๆ ^*กล้า*^นี่จิก้เพิ่งกลับจากค่ายปั้นกล้าๆ เรยมาคุยถึงค่านี้กันหน่อยดีก่านะ หลายๆคนอาจสงสัยว่าปั้นกล้าคืออะไรกัน??? ปั้นกล้าก้คือ..ค่ายที่ชมรมพฤกศาสตร์ของรร.จัดร่วมกับสโมสรอินเตอร์แรคท์นั่นเองๆๆ พาน้องๆม.2-4ไปเขาใหญ่ มีพวกเราชาวม.5เปงคนะทำงาน
หลังจากที่เตรียมงานกันมานานค่ายปั้นกล้านี้ก้เกิดขึ้นๆๆๆ เต้ยกะปนัสเปงพี่เลี้ยงสีแดง มีนกับปอม(เหลย)เปงพี่เลี้ยงสีฟ้า พี่มิ้นกะอั้มเปงพี่เลี้ยงสีเหลือง ส่วนก้องกะจิเปงพี่เลี้ยงสีเขียว
*10พ.ค.49* พวกเราเหล่าพี่เลี้ยงนัดกัน6โมงนำโดยตี๋น้อยๆๆแต่แล้ว6โมงครึ่งทุกคนที่นัดกันก้มาพร้อมรับน้องๆแต่เอ๋ๆๆตี๋น้อยไม่อยุ่อ่ะ-*- เกือบๆ7โมงน้องๆเริ่มทะยอยมากาน พอ8โมงก่ารถก้เริ่มเดินทางสู่เขาใหญ่ ตอนอยุในรถพวกเราก้พยายามสร้างความสนุกสนานให้แก่น้องๆนำโดยวาวๆๆๆก้องอั้มพี่มิ้นละก้จิเอง แต่ไหงไปๆมาๆพี่ก้อนช่วยหมดก้ไม่รุ จิเรยกลับสู่ที่สิงสถิตแล้วเกิดอาการเม้าแตก555 เวลาผ่านไปเรื่อยๆจนถึงทางขึ้นเขาพี่มิ้นเรียกให้จิดู พอเหงปุ๊ปจิหดหัวกลับเรยอ่ะกลัวๆๆๆ วันนี้พอไปถึงก้มีการบรรยายโดยเจ้าหน้าที่แล้วพวกเราก้กินข้าวกันหลังจากนั้นค่ายจิงๆก้เริ่มขึ้นๆๆๆ มีการรับน้องเล็กน้อยฐานแรกที่สีของจิเจอนั้นคือให้น้องๆพจนภัยหาตัวอักสรโดยจาทรมานพี่เลี้ยงให้กินมะระต้ม ระหว่างรอจิก้สงสัยว่าจาขมมากไหมเรยลองกินเล่น555 แต่ขมจิงๆนะ-*- มีฐานกรอกน้ำให้ลงขวด ฐานโยนลูกโป่งน้ำ เปงต้น ตอนกลางคืนวันนี้มีการพรีเซ้นสีๆ และจบด้วยการไปส่องสัตว์กันพวกเราได้เห็นกวางมากมาย ช้าง เม่น
*11พ.ค.49* วันนี้พวกเราตื่นกันตีสี่ ตีสี่ครึ่งก้ไปปลุกน้องๆกัน แล้วก้เดินทางไปผาเดียวดายไปดูพระอาทิดย์ขึ้นกันแต่ว่าเราไปถึงช้าไปพระอาทิดย์ขึ้นแล้วเลยไปถ่ายรุปละก้กินข้าวกันบนผา ตอนกลับบ้านพักพวกเราก้ได้ไปไหว้เจ้าที่กัน ประมาน9โมงพวกเราไปเดินป่ากันที่เส้นทางมอสิงโต ทางลำบากมากเรยน้องๆและพวกเราต่างตื่นเต้นกับทากน้อยๆๆๆส่ยตัวคอยดูดเลือดเราเหนื่อยๆมากๆๆๆ ถามคนนำทางหลายทีว่าใกล้ถึงรึยังพี่เค้าก้บอกว่าใกล้ถึง3รอบเรยไม่เหงใกล้ซะที ตรงธานน้ำเล็กๆจิก้ทำขาตกลงไปในโลนๆๆ-*-รองเท้าจมๆๆและจมเอาขึ้นมาได้แต่ขา ก้องดึงรองเท้าขึ้นมาล้างให้(ขอบคุงมากๆเรยน้าๆๆ)เดินด้วยรองเท้าแสนเน่านั้น ระหว่างทางก้องโดนทากดูดๆพุงอ่ะแต่โชคดีที่เพิ่งดูด แล้วพวกเราก้เดินจนถึงจุดหมาย สีจิน้องมายด์เกือบเปงลมแต่ก้ฝ่าพันกันออกมาได้ - เก่งมากๆเรยจ้าน้องๆ ช่วงบ่ายก้วอคเเรลลี่ ส่วนตอนกลางคืนก้มีการเเสดงละครกัน4เรื่องคือบ้านขนม แจค ทาซาน สโนไว ทุกคนสนุกสนานกันมากน้องสาหรือน้องแม่มดได้ใจอย่างมากๆๆและน้องๆทุกๆคนก้เช่นกัน ตอนกลางคืนมีเหตุการตื่นเต้นนิดหน่อยคือน้องน้ำไม่สบายอ่ะ ตอนนี้หวังว่าคงหายแล้วนะๆๆ กลังประชุมเสร็จเหล่าพี่เลี้ยงทั้งหลายที่การแสดงในวันอำลายังไม่พร้อมก้เร่มคิดเร่งซ้อมกันใหย่ โชคดีที่พี่หนิงช่วยคิด ซ้อมกันซะจนเจบก้นไปหมดเรยอ่ะง่ะๆๆๆ
*12พ.ค.49* เช้านี้ตื่น6โมง วันนี้เกือบทั้งช่วงเช้าจิและพี่เลี้ยงคนอื่นๆแทบไม่ได้อยุกับน้องๆเรยเพราะว่าไปซ้อมกันอยุ ช่วงบ่ายพวกเราไปผากล้วยไม้ ไปหอส่องสัตว์บรรยากาดช่างไม่อำนวยเลยฝนตกเอาๆเปียกไปหมด ในที่สุดกิจกรรมกลางคืนก้มาถึงคืนนี้มีการประกวดมิสและมิสเตอของค่ายปั้นกล้าน้องบุ๊คได้มิสเตอส่วนน้องโยได้มิสและแล้วการแสดงก้เริ่มขึ้นเริ่มจากฝ่ายสันทนาการนำโดย ตี๋ ป่าน ปริน วาว ตามด้วยการแสดงของสตาฟอันนี้ได้ใจมากๆเจิ้นร้องเพลงอารมเสียด้วย มีฝน จันทรี ต้า เต้น ต่อมาพี่เลี้ยงหยิงเต้นเพลงมายฮัม พี่เลี้ยงชายเต้นเลิฟๆ ตามด้วยเพลงรวมพี่เลี้ยงไปน่ารักไกลๆหน่อย หลังจากนั้นก้เต้นกันมันส์เรยๆๆ ถึงพิทีอำลาพวกเราจุดเทียนล้อมน้องๆร้องเพลงปั้นกล้าที่แต่งขึ้นใหม่ให้ หลังจากนั้นก้ผูกสายสิน ร้องเพลงฉันจะจำเธอแบบนี้ ท้ายสุดจับมือล่ำลากัน คืนนี้น้ำตาท่วมค่ายเรย - -*
*13พ.ค.49* ตื่นมาก้เดินไปส่องนกกันเหง3ตัวเองอ่ะ ระหว่างทางกลุ่มจิก้คุยเรื่องที่กล้องเต้ยถ่ายรุปตอนที่ไปมอสิงโตแล้วมีรุปควันเปงหน้าคนซ้อนหน้าน้องน้ำอยุเลยคิดกันว่าเกี่ยวกับที่น้องไม่สบายป่าว แล้วน้องช.คนนึงก้เข้ามาคุยเรื่องตอนที่ไปส่องสัตว์ว่าเหงมือใส่ชุดรด.ยืนมาจะจับมีนก้นึกว่าปอมจะแกล้งแต่พอหันไปปอมไม่ได้เปลี่ยนท่าเลยอยุที่กางแขนยืนกันน้องๆอยุๆๆ 11โมงกว่าๆก้เดินทางกลับกัน ไม่อยากจากน้องๆเรยคิดถึงค่ายๆๆ หลังจากที่น้องๆกลับหมดปแล้วก้ไปกินเลี้ยงกันที่ใบไม้ร่าเริง
**ค่ายปั้นกล้าครั้งที่#1จบลงแล้วอย่างสวยงาม(มั้งคะ) แต่ความทรงจำและความผูกพันต่างๆยังไม่จบลงนะ**
//เพลงอยากขอเวลา*ปั้นกล้า*//
ก้คิด ว่าสักวันนั้น เราคงต้องจากกัน ก้คิด ว่าความฝัน ที่เคยมีร่วมกันนั้นจะหายไป ก้รู้ ว่าตัวฉัน คงจะยั้งให้เธอนั้นอยู่ไม่ได้ ก้รู้ ว่าเรานั้นจะไม่กลับมาเป็นเหมือนเดิม
*อีกไม่นานคงต้องจากกันไป อีกไม่นาน คงไม่มี เรา
**อยากขอเวลา ย้อนคืนกลับมาที่เดิมที่เรามีกัน อยากให้ช่วงวันแห่งฝันที่มีเธอนั้น ยืดยาวต่อไปอีกนิด หากแม้ฉันมีพลัง จะดึงความฝันความอัศจรรย์ตรงนี้ เก็บใส่กล่องแห่งความทรงจำที่ดี(เก็บไว้ในหัวใจ)
วันนี้ ฉันก้รู้ ว่าเธอต้องไป วันน้ ความใกล้ชิด ที่มีร่วมกันนั้นจะหายไป แต่ขอ ให้ความรัก ที่มีนั้นเธอยังคงจำมันได้ และฉันจะจดจำภาพนั้นตลอดไป
*,**
ปล. - ขอบคุงน้องทุกคนที่มาค่ายนะคะ - ขอบคุงเพื่อนๆพี่ๆและอ.ทุกท่านค่ะ - ฝ่ายสันทนาการเจ๋งมากเรยๆ ทั้งท่าจับไมค์ของป่าน ท่าลูบตัวของปริน ท่าเต้นของวาว ละก้ตี๋ที่ไม่ยอมลืมตา อ่อละก้ตี๋น้อยหล่อมากๆเรย ปรินน่าร๊ากๆๆ -*-(2อันสุดท้ายมีคนรีเควสมานะหุๆ) - มีคนบอกว่าตี๋มะยอมลืมตาแม้ตอนเขียนเฟรนชิพ - เจิ้นเจ๋งมากเรย คนอื่นๆที่เต้นด้วย - พี่เลี้ยงทุกๆคนได้ใจจิมากเรยอ่ะ - ขอบคุงฝ่ายอาหารด้วย แต่งงราดหน้ามาก --" - อยากจัดปั้นกล้าอีกจัง -เรื่องสุดท้ายขอเชินชวนไปค่ายที่พวกเราจัดอีกนะคะ55(น่าเกียดไปมะ) **อยากให้เขียนไรเพิ่มเม้นมาได้น้าๆๆ
мая 02 ตำนานหลอน...ในรั้วหมาลัย เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศช่วงนี้พี่ๆหลายคนกำลังจะเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยกันแล้วเลยมีเรื่อง*ตำนาน หลอน ในรั้วมหาลัย* มาฝากนะคะ
เรื่องเล่าจาก ประสบการณ์จริง(แต่จิเอาของคนอื่นมานะ --*)
บรรยากาศยามค่ำคืนที่แสงจันทร์ค่อยๆ สาดส่องลงมาบน พื้นดินทำให้เห็นเงาของต้นไม้ใบหญ้าพริ้วไหว หลายครั้งที่คิดว่าต้นไม้ใบหญ้า ซึ่งกำลังหยอกล้อกับเงาจันทร์นั้นทำให้เกิดเงาตะคุ่มๆ มันช่างน่ากลัวเสียเหลือ เกิน บรรยากาศก็เป็นใจ อากาศรอบกายก็เย็นยะเยือก แล้วเหล่านิสิต นักศึกษายังอาสามาเล่าเรื่องหลอนๆ จากประสบการณ์จริงภายในรั้วมหาวิทยาลัยที่พวก เขา พวกเธอศึกษาอยู่อีก อึ๋ย ! จะไม่ให้ขนลุกได้ยังไง หนุ่มชั้น ปีที่ 2 เอกดนตรี คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย "นพ" นายนพพร เพริศแพร้ว เล่าเรื่องหลอนที่ห้องซ้อมดนตรีไทยว่า เรื่องที่ชวนให้ขนหัวลุกนั้นเคยเกิดขึ้น กับตัวเองอย่างจัง โดยเฉพาะเวลาที่เข้าไปนอนหลับในห้องซ้อมดนตรีไทย " ทุกครั้งที่มีคนแอบไปนอนในห้องซ้อม คนที่นอนแทบทั้งหมดจะรู้สึกเหมือนมีใครมาดึง ขา มาแกล้งปิดแอร์ และได้ยินเสียงเหมือนคนกำลังเดินไปเดินมา ยิ่งไปกว่านั้นยัง ได้กลิ่นธูป เมื่อสอบถามไปยังรุ่นพี่ๆ ว่าเพราะอะไร ผมได้รับคำตอบว่า เป็นฝีมือ ของ "เจ้าที่" เพราะไม่ชอบให้ใครเข้ามานอนในห้องที่ใช้ซ้อมดนตรี ซึ่งเหตุการณ์ นี้ยังคงเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ กับนักศึกษาปี 1 ที่ยังไม่รู้ว่ามีห้องดนตรีเฮี้ยน แต่พอรู้เรื่องแล้ว ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปนอนอีก" ข้ามรั้วไปฝั่งธรรม ศาสตร์ ที่มีเรื่องเล่าขานให้ขนลุกด้วยเรื่อง "ลิฟต์แดง" ของคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ลิฟต์ที่ได้ฉายาว่า "ลิฟต์แดง" นั้นเป็นลิฟต์ที่เคยใช้ขน ศพของผู้เสียชีวิตสมัย 14 ตุลา "เอ" น.ส.เอนริณ ธนาเดชาวุฒิ นักศึกษา คณะศิลปศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 เล่าว่า ตอนเย็นๆ จะไม่มีใครกล้าขึ้นลิฟต์แดงคน เดียว เพราะลิฟต์แดงขึ้นชื่อว่าหลอนมาก "มีอยู่ครั้งหนึ่ง เพื่อนของ เอกับเพื่อนขึ้นลิฟต์กันแค่ 2 คน แต่ลิฟต์กลับร้องเตือนว่าน้ำหนักเกิน ประตูไม่ยอม ปิด ร้องอยู่อย่างนั้นไม่ยอมหยุด น่ากลัวมาก และในช่วงตอนเย็นจะไม่มีใครกล้า เดินผ่านลิฟต์แดงเลย ยิ่งตอนที่ประตูลิฟต์เปิดค้างไว้จะไม่มีใครกล้ามองเข้าไป เพราะเคยมีคนเห็นภาพศพที่เต็มไปด้วยกองเลือดนอนทับๆ กันอยู่ในลิฟต์เป็นตั้งๆ ได้ยินแล้วเสียวสันหลังมาก!!" อีกหนึ่งเรื่องหลอน เป็นตำนาน ของมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ จ.นครปฐม เหตุเกิดที่หอเพชร รัตน์ หอเก่าแก่ในมหาวิทยาลัย "ตั๊ก" น.ส.รัตติพร นิมมานภัทร อดีตนัก ศึกษาคณะอักษรศาสตร์ วัย 26 ปี เล่าว่า มหาวิทยาลัยอยู่ในเขตวังเก่าของรัชกาล ที่ 6 ซึ่งที่นี่มีเรือนจำด้วย ครั้งหนึ่งมีนักศึกษานอนอยู่ในห้องพักคนเดียว แล้วได้ยินเสียงคนเดิน เป็นเสียงเดินช้าๆ จนเสียงนั้นเดินเข้ามาใกล้ๆ ห้องพัก น้องนักศึกษาคนนั้นจึงมองลอดช่องตาข่ายมุ้งลวดออกไปดู ปรากฏว่า เห็นคนนุ่งโจง กระเบนสีแดงลากโซ่ตรวนเดินผ่านไป หลอนที่สุด
ส่วนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยาก็มี เรื่องลี้ลับที่น่าสะพรึงกลัวไม่แพ้ที่อื่นเลย เหตุเกิดที่ตึกคณะนิเทศศาสตร์ ชั้น 15 เรื่องราวมีอยู่ว่า เมื่อ 10 กว่าปีก่อนมีนักศึกษาหญิงถูกข่มขืนและถูก ฆ่าตายที่นี่ "เม" น.ส.รุ่งธิวา บูรณานุสรณ์ นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ ชั้นปี 4 วัย 21 ปี บอกว่า ช่วงเย็นๆ จะไม่มีใครกล้าขึ้นไปชั้น 15 คนเดียว เพราะวันดีคืนดีอาจได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้ หรือได้ยินเสียงคนใส่รองเท้าส้น สูงเดินอยู่ใกล้ๆ หรือบางครั้งเข้าห้องน้ำแล้วมองออกไปที่กระจกก็จะเห็นผู้หญิง ผมยาวยืนก้มหน้าอยู่ แต่พอเปิดประตูออกไปก็ไม่พบใครเลย บรื๊อ...ขนลุก ซู่!! ปิดท้ายเรื่องหลอน ในรั้วมหาวิทยาลัยขอนแก่น บริเวณหอ 9 หลัง ใน มหาวิทยาลัย "แอ๊บ" น.ส.เบญจวรรณ โสภาระ เฟรชชี่ คณะเกษตร วัย 18 ปี เล่าว่า ระหว่างทางเข้าหอจะมีป่ารกๆ เปลี่ยวๆ ซึ่งตรงนี้เป็นจุดที่ไม่มีใครผ่าน เพราะ เคยมีผู้หญิงถูกข่มขืนตาย "ล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ตอนตี 1 เพื่อนของแอ๊บ กำลังขับรถมอเตอร์ไซค์กลับหอ พอมาถึงทางที่เป็นป่า อยู่ๆ รถก็กระตุกและแล่น ฝืดๆ เพื่อนพยายามเร่งเครื่องเท่าไหร่ก็ไม่ได้ผล แล้วจู่ๆ รถก็หยุดอยู่กับที่ ทั้งๆ ที่ยังเร่งเครื่องอยู่ ความรู้สึกของเพื่อนเหมือนมีใครมาดึงรถอยู่ข้าง หลัง จึงหันไปดูเห็นผู้หญิงหน้าขาวๆ ซีดๆ ดึงรถไว้ เพื่อนแอ๊บร้องๆ สุดเสียง แล้วก็ทิ้งรถวิ่งน้ำตาไหลกลับหอเลย โอย!!!...น่ากลัวสุดสุด" หลายเรื่อง หลอนๆ ที่เล่าผ่านเสียงของนิสิต นักศึกษา ไม่ว่าจะได้ยินครั้งใดเป็นต้องขนแขน สแตนด์อัพกันทุกที ความจริงยุคนี้ก็สองพันหกแล้ว วัยรุ่นหลายคนพยายามจะไม่เชื่อ เรื่องลี้ลับ แต่เมื่อวิทยาศาสตร์ยังพิสูจน์ความจริงออกมาไม่ได้ ทางออกที่ดีที่ สุดก็คือ ไม่เชื่อ!!!....แต่อย่าลบหลู่ดีกว่า апреля 16 รัก...ไม่มีแบบแผนตายตัวอย่าฝืนใจรัก ถ้ามันไม่ใช่...ก็ไม่มีประโยชน์ ที่จะคบใครสักคนเพียงเพราะอยากจะมีใครสักคน อย่าเปลี่ยนตัวเองเพียงเพื่อให้เขามารัก เพราะจะทำได้ไม่นาน วันหนึ่งคุณจะรู้สึกเหนื่อยเพราะความรักที่ไม่เป็นตัวของตัวเอง อย่าหลงในรสชาติของความรักเสียจนลืมชีวิตประจำวันของตัวเอง หรือสูญเสียความเป็นส่วนตัว คนที่พร้อมจะอยู่กับคุณ โดยที่คุณไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไรในชีวิตเลย คนที่พร้อมจะเดินหน้าเมื่อคุณเดินหน้า คนที่พร้อมจะถอยหลังไปกับคุณ คนที่ไม่ยอมให้คุณเดินตามหลัง...ขอเพียงเดินเคียงข้างกัน คนที่ไม่บังคับให้คุณทำอะไรในแบบที่คุณไม่ชอบ คนที่ไว้ใจ ให้อภัย ให้โอกาส ซื่อสัตย์และให้เกียรติคุณ ...นั่นแหละ คือคนที่รักคุณจริง... จงถนอมคนเหล่านี้ไว้ อย่าปล่อยให้เขาไปจากคุณ เพราะคุณจะเสียใจ หากเขาเปลี่ยนไปหยิบยื่นความโชคดี ที่ควรจะเป็นของคุณไปให้คนอื่น คนที่รักคนที่เปลือกนอกมีอยู่เยอะเหลือเกิน ชีวิตคนคนหนึ่ง จะมีคนที่รักคุณจริงผ่านมาสักกี่คน ใครที่บอกว่ารักคุณ แล้วพยายามเปลี่ยนคุณ ดึงคุณให้เดินตามทางของเขา เขาไม่ได้รักคุณจริงหรอก...เขารักตัวเอง จงเชื่อในพรหมลิขิต จงเชื่อในเหตุการณ์ที่นำพาความรักมาให้ อย่าบอกว่าไม่รัก ถ้าไม่สามารถสบตาเขาอย่างบริสุทธิ์ใจได้ อย่าบอกว่ารัก ถ้าคุณไม่รู้สึกวูบวาบเวลาอยู่ใกล้ ๆ อย่าบอกว่าไม่คิดถึง ถ้าหัวใจไม่อาจลืม อย่าบอกว่าคิดถึง ถ้าเพิ่งจากกันไม่ถึง 1 นาที อย่าปล่อยให้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเราหลุดลอยไป ลองคุยกันมากขึ้น รับรู้ความรู้สึกของอีกฝ่ายด้วยใจ จะทำให้เรารู้ว่าเราโชคดีแค่ไหนแล้วที่ได้รู้จักความรัก อย่าปล่อยให้ใครคนใดคนหนึ่งมีน้ำตา ทั้งๆ ที่อีกคนหนึ่งกำลังร้องไห้ อย่าปล่อยให้ใครคนใดคนหนึ่งพูด ทั้งๆ ที่อีกคนหนึ่งไม่ต้องการฟัง ความรักต้องมาจากความรู้สึกของคนสองคน อย่าให้ใครคนใดคนหนึ่งหยิบยื่น แต่อีกคนหนึ่งไม่ต้องการ ความรักเป็นเพียงสายใยบาง ๆ ที่มันถูกหล่อหลอมขึ้นจากความรู้สึกต่าง ๆ ทั้งความอาทร ห่วงใย ห่วงหา คิดถึง ความอดทนจะทำให้อุปสรรคต่าง ๆ ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ความพยายามจะทำให้เราสองคนยังอยู่ ความไว้ใจจะทำให้ความรักของเรามั่นคง ความเสมอต้น...และเสมอปลาย จะทำให้ความรักของเราสวยงาม และสุดท้ายความรัก ก็จะก่อตัวขึ้นเป็นความผูกพัน สิ่งเหล่านี้จะทำให้สายใยบาง ๆ ของความรัก กลายเป็นเชือกเส้นหนาที่ผูกคนสองคนไว้ด้วยกัน มันจะเป็นเชือกที่มัดเราไว้ด้วยกัน เป็นเชือกที่ทำให้เราไม่อึดอัด และเราจะไม่ดิ้นรน... ที่จะพยายามหลุดออกจากเชือกเส้นนี้ เมื่อได้เจอความรักที่ดีแล้ว จงทำให้เขารู้สึกว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียว อย่าปล่อยให้เขาโดดเดี่ยว อย่าปล่อยให้เขาเดียวดาย คิดถึงสิ่งดี ๆ ที่เราเคยมีกัน อย่าลืมวันแรก ๆ ที่เรารู้สึกกับคน ๆ นี้ เขาเป็นคนที่ดีที่สุดแล้วสำหรับเรา พยายามรักษาเขาไว้ เพราะเมื่อเขาหลุดลอยไปแล้ว เราจะไม่สามารถเรียกความรู้สึกต่าง ๆ กลับมาได้อีก เหมือนเวลาที่ไม่สามารถย้อนเดินกลับ ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด เพราะอดีตแก้ไขอะไรไม่ได้อีกแล้ว อย่าทิ้งหัวใจของคุณไว้กับอดีต อย่าคิดว่าอดีตไม่มีวันหวนคืน อย่าคิดว่าไม่มีพรุ่งนี้ อย่าลืมบทเรียนของเมื่อวาน ทุกชีวิตยังมีความหวังอยู่เสมอ จงปล่อยให้ชีวิตดำเนินต่อไป... วันหนึ่งถ้าชีวิตหวนคืนมาสู่ทางสายเก่า.. ที่เคยทำให้คุณมีความสุข ระหว่างเดินทางในแต่ละก้าว.. จงอย่าเดินเลี่ยงมันไปอีก เพราะน้อยนักที่ถนนสายเดิมยังคงสภาพ เพื่อรอให้คุณเดินย้อนกลับมา... ลองเดินต่อไปสิ.. บางทีคุณอาจจะเจอจุดหมายที่คุณค้นหามาตลอดชีวิต ในเส้นทางที่คุณเคยเดินเลี่ยงมันไปก็ได้... марта 30 :+: แบบทดสอบการเป็นแฟนกัน :+:
|
|
|||||
|
|